Home » Technical » Mechanical » การตั้งสายพานร่อง V ไม่ได้ระดับมีผลเสียอย่างไร

การตั้งสายพานร่อง V ไม่ได้ระดับมีผลเสียอย่างไร ?

สายพาน ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบส่งกำลังมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน หากเราตั้งสายพานตึงเกินไปหรือหย่อนเกินจนไปย่อมส่งผลเสียต่อระบบส่งกำลัง อีกทั้งยังอาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลังเสียหายไปด้วย ในบทความนี้เราจะมาดูกันครับว่า หากเราตั้งสายพานไม่ได้ระดับจะส่งผลเสียอย่างไร

การตั้งสายพานร่อง V ไม่ได้ระดับมีผลเสียงอย่างไร

การติดตั้งสายพานร่อง V ตึงเกินไป ส่งผลอย่างไร

หากเราตั้งสายพานตึงจนเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งกำลัง ตัวอย่างเช่น

การติดตั้งสายพานร่อง V ตึงเกินไป ส่งผลอย่างไร
  1. เกิดความเค้นสะสมมากเกินไป : พูลเล่ย์และตลับลูกปืนจะเกิดความเค้นสะสมมากขึ้น ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
  2. เกิดการสึกหรอที่เพิ่มมากขึ้น : หากเราตั้งสายพานตึงเกินไป สายพานร่องวีจะขัดสีกับร่องของพูลเล่ย์ ส่งผลให้ร่องของพูลเล่ย์เกิดการสึกหรอไวกว่าปกติ ส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลง
  3. ตลับลูกปืนรับโหลดมากขึ้น : แรงดึงที่มากเกินไปทำให้ตลับลูกปืนรับโหลดมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลับลูกปืนมีอายุการใช้งานที่สั้นลง
  4. เกิดความร้อนสูงเกินไป: แรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากแรงดึงที่มากเกินไป อาจสร้างความร้อนส่วนเกิน ซึ่งนำไปสู่การลื่นไถลของสายพาน

การติดตั้งสายพานร่อง V หย่อนเกินไป ส่งผลอย่างไร

หากเราตั้งสายพานหย่อนจนเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งกำลัง ตัวอย่างเช่น

การติดตั้งสายพานร่อง V หย่อนเกินไป ส่งผลอย่างไร
  1. การเลื่อนหลุด : สายพานร่องวีที่หลวมอาจลื่นไถลหรือสูญเสียการยึดเกาะ ซึ่งส่งผลให้การส่งกำลังลดลงและการทำงานของส่วนประกอบที่ใช้ในการส่งกำลังมีประสิทธิภาพลดลง
  2. การสึกหรอที่เพิ่มขึ้น: สายพานร่องวีที่หลวมอาจทำให้สายพานและพูลเล่ย์สึกหรอเพิ่มขึ้น เนื่องจากการสัมผัสที่ไม่สม่ำเสมอของพื้นที่หน้าตัด และการเคลื่อนไหวที่มากจนเกินไป
  3. การกระโดดของสายพาน: หากสายพานหลวมมาก สายพานร่องมี V มีโอกาสที่จะหลุดออกจากร่องของพูลเล่ย์ ทำให้สูญเสียการส่งกำลังของระบบ และอาจเกิดอันตรายได้

จะเห็นได้ว่าในทั้งสองกรณี ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสายพานตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไปนั้น ย่อมส่งผลต่ออายุการใช้งานของพูลเล่ย์และตลับลูกปืน ดังนั้นการตั้งระดับความตึงสายพานจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบส่งกำลังด้วยสายพานร่อง V เรามาดูกันครับว่า มีเครื่องมืออะไรที่จะช่วยในการตั้งสายพานร่องวีให้ได้ค่าที่เหมาะสม

การตั้งสายพานร่อง V ให้ได้ระดับนั้นทำอย่างไร

ในการตั้งสายพานให้ได้ระดับนั้น เราจะใช้เครื่องมือสำหรับวัดความตึงของสายพาน นั้นก็คือ “ปากกาวัดความตึงสายพาน” นั่นเอง ก่อนเราจะไปดูวิธีการใช้งานนั้น เราไปดูส่วนประกอบที่สำคัญของปากกาวัดความตึงสายพาน กันก่อนครับ

ส่วนประกอบของปากกาวัดความตึงสายพาน

ปากกาวัดความตึงสายพาน ประกอบด้วย ส่วนประกอบดังนี้

  1. ตัวกดสายพาน : ทำหน้าที่เป็นตัวยึดสายพานไม่ให้เกิดการไถลในขณะที่ทำการกด จะสังเกตุเห็นว่าจะมีปลายแหลมเล็กๆ ช่วยในการเกาะยึดสายพาน
  2. สเกลระยะ Span : เป็นสเกลที่ใช้สำหรับตั้งค่าปากกาวัดความตึงสายพาน ก่อนการใช้ทดสอบค่าแรงยุบตัว ซึ่งมีหน่วยเป็นนิ้ว
  3. โอริงวงใหญ่ : เป็นขีดสเกลที่ใช้สำหรับตั้งค่าระยะ Span ที่วัดได้ ก่อนการใช้งานปากกาวัดความตึงสายพาน
  4. คลิปหนีบ : ใช้สำหรับหนีบกับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพา
  5. สเกลค่าแรงยุบตัว : เป็นสเกลที่ใช้สำหรับอ่านค่าแรงยุบตัวของสายพาน ซึ่งมีด้วยกัน 2 หน่วยที่สามารถอ่านได้ คือ lbf และ kgf
  6. โอริงวงเล็ก : เป็นขีดสเกลที่ใช้สำหรับอ่านค่าแรงยุบตัวของสายพาน
  7. ก้านสำหรับกด : เป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับกดเพื่อตรวจสอบค่าแรงยุบตัว ข้อสังเกตุคือจะมียางหุ้มในบริเวณนี้

จบไปแล้วนะครับสำหรับบทความ การตั้งสายพานไม่ได้ระดับมีข้อเสียอะไรบ้าง เพื่อนๆ คงจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับปัญหาของการตั้งสายพานทั้งแบบตึงเกินไปและแบบหย่อนเกินไป รวมไปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบความตึงของสายพาน ในบทความถัดไปเรามาดูกันครับว่า วิธีการใช้งานปากกาวัดความตึงสายพานนั้น มีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร

ค้นหารายการสินค้า​

ให้คะแนนเนื้อหาของเรา

กดที่ ดาว เพื่อโหวต

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. คะแนนโหวต: 2

โหวตให้เราคนแรกได้

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?

ผู้เขียน
Technical Center Team

ค้นหารายการสินค้า​

เลือกดูสินค้า สายพาน (Belt) เพิ่มเติมได้ที่นี่
Learning guide
bearing-subject
taps-subject
pneumatics-subject
shaft-selection
drillbits